สำหรับผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มต้น Aniimo หรือกำลังวางแผนสร้างทีม คำถามสำคัญคงหนีไม่พ้นว่า Aniimo ตัวไหนดี ตัวไหนเก่ง และตัวไหนคุ้มค่ากับการปั้น เพราะ Aniimo แต่ละตัวมีหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ DPS สำหรับทำดาเมจ, Heal สำหรับฟื้นฟู HP, Regen ช่วยจัดการ EP ไปจนถึง Break และ Support ที่ช่วยให้ทีมต่อสู้ได้ง่ายขึ้น

Aniimo Tier List นี้จะแยกตัวละครตามบทบาท เพื่อช่วยให้เลือกได้ง่ายว่าทีมของเรายังขาดตำแหน่งไหน และควรลงทุนปั้น Aniimo ตัวใดก่อน
หมายเหตุ: Tier List ใช้เป็นแนวทางประกอบการจัดทีมเท่านั้น ความเก่งของ Aniimo ยังขึ้นอยู่กับรูปแบบทีม ธาตุ ศัตรู และวิธีการเล่นของแต่ละคนด้วย
Aniimo Tier List ตัวไหนน่าปั้น?
หากต้องการเลือก Aniimo สำหรับใช้งานได้หลากหลาย ตัวระดับสูงที่โดดเด่นจากหลายตำแหน่งมีดังนี้
|
Aniimo |
บทบาท |
จุดเด่น |
|
Fulmintis |
DPS |
ทำดาเมจต่อเนื่องสูง เล่นกับ Critical ได้ดี และสร้างแรงกดดันให้ศัตรูได้ต่อเนื่อง |
|
Luminelle |
Support |
ช่วยเสริมดาเมจ โดยเฉพาะทีมสายฟ้า พร้อมความสามารถด้าน Break และการฟื้นฟู |
|
Gracewing |
Heal |
ฮีลทีมได้แม้ไม่ได้อยู่บนสนาม และช่วยล้างสถานะผิดปกติ |
|
Inferlupa |
Break |
มีความสามารถในการทำลายเกราะศัตรูสูง และช่วยให้สมาชิกทีม Break เป้าหมายได้ง่ายขึ้น |
|
Somniwing |
Regen |
ช่วยจัดการ EP ของทีม ทำให้สามารถใช้สกิลและหมุน Rotation ได้คล่องขึ้น |
สำหรับผู้เล่นใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีทุกตัวในตาราง ควรเริ่มจากดูว่าทีมของเราขาด ดาเมจ ฮีล Break หรือพลังงาน แล้วค่อยเลือกปั้นตัวที่เข้ามาเติมจุดนั้น
DPS Tier List
สาย DPS เป็นหัวใจของทีมในด้านการสร้างความเสียหาย หากรู้สึกว่าต่อสู้กับมอนสเตอร์นานเกินไปหรือดาเมจไม่เพียงพอ การลงทุนกับ DPS ที่เหมาะกับทีมจะเห็นผลค่อนข้างชัด
DPS Tier S
Fulmintis

หนึ่งใน DPS ที่โดดเด่นเรื่องการโจมตีต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อจัด Build ไปทาง Critical การโจมตีที่ติดคริติคอลช่วยให้ Fulmintis หมุนทรัพยากรกลับมาใช้สกิลต่อได้เร็ว จึงเหมาะกับคนที่ชอบเกมเพลย์รวดเร็วและทำดาเมจแบบต่อเนื่อง
Malevsera

จุดเด่นอยู่ที่รูปแบบการเล่นซึ่งสัมพันธ์กับ HP ยิ่งเลือดลดลงก็ยิ่งสามารถสร้างความเสียหายได้มากขึ้น พร้อมกลไกฟื้นฟู HP กลับมา ทำให้เป็น DPS ที่ทั้งเสี่ยงและให้ผลตอบแทนสูงเมื่อควบคุมจังหวะได้ดี
Irisalis

เป็น DPS ที่มีเครื่องมือค่อนข้างครบ สามารถสร้างร่างแยกเพื่อช่วยโจมตี ลดภาระการใช้ทรัพยากรของสกิล รวมถึงมีความสามารถช่วยฟื้นฟูทีมและเอาตัวรอด เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการ DPS ที่ไม่ได้มีดีแค่ตัวเลขความเสียหาย
Grizbo

จุดเด่นคือเล่นไม่ซับซ้อนมาก หลังใช้อัลติสามารถเร่งการสะสม Rage ก่อนต่อยอดไปสู่การโจมตีชุดใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ DPS ที่เข้าใจ Rotation ได้ไม่ยากและสร้าง Burst Damage ได้ดี
Gachapus

เป็นตัวละครที่มีองค์ประกอบของ RNG อยู่พอสมควร แต่เมื่อเข้าสู่สถานะเสริมพลังจากอัลติจะสามารถลดปัญหาความไม่แน่นอนลง พร้อมเพิ่มศักยภาพด้านดาเมจและการสร้างทรัพยากร
DPS ตัวไหนดีสำหรับมือใหม่?
หากต้องการตัวที่ใช้งานได้อย่างดี Grizbo เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ส่วนคนที่ต้องการลงทุนกับ DPS ระยะยาวและชอบระบบ Critical สามารถมองไปที่ Fulmintis เป็นหลัก
Heal Tier List
ทีมที่มีดาเมจสูงแต่ไม่มีตัวรักษาอาจเจอปัญหาเมื่อเข้าสู่การต่อสู้ยาว ๆ โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่ศัตรูโจมตีหนัก การมี Aniimo สาย Heal จึงช่วยเพิ่มความเสถียรให้ทีมอย่างมาก
Heal Tier S
Gracewing

จุดแข็งของ Gracewing คือสามารถสนับสนุนการฟื้นฟู HP ได้แม้ไม่ได้เป็นตัวที่กำลังต่อสู้อยู่บนสนาม นอกจากนี้ยังมีความสามารถช่วยกำจัด Debuff บางประเภท ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องสลับตัวฮีลเข้าออกบ่อยเกินไป เหมาะอย่างยิ่งกับทีมที่ต้องการรักษาจังหวะการทำดาเมจโดยไม่ต้องเสียเวลาหยุด Rotation
Glacy

เป็นสายรักษาที่ทำหน้าที่ฮีลได้อย่างดีเยี่ยม สามารถฟื้น HP ให้สมาชิกทีมและสร้างพื้นที่สำหรับฟื้นฟูต่อเนื่อง จุดเด่นคือใช้งานง่ายและไม่ต้องเตรียมเงื่อนไขซับซ้อนมาก สำหรับมือใหม่ที่ต้องการตัวฮีลแบบเข้าใจง่าย Glacy เป็นอีกตัวที่น่าสนใจ
Glameep

นอกจากช่วยฟื้นฟู HP แล้ว ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรับฮีลและช่วยป้องกันความเสียหายด้วยโล่ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้งานจะมีเงื่อนไขด้านตำแหน่งมากกว่าตัวฮีลบางตัว เพราะต้องอาศัยพื้นที่ของสกิล
Heal ตัวไหนดี?
ถ้าต้องการฮีลที่สามารถทำงานจากนอกสนาม Gracewing มีความยืดหยุ่นสูง ส่วน Glacy เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการตัวรักษาที่เล่นง่ายและทำหน้าที่ฮีลอย่างชัดเจน
Regen Tier List
EP มีผลโดยตรงต่อความถี่ในการใช้สกิล หากทีมของเรามีตัวที่ใช้ EP เยอะ การเพิ่ม Aniimo สาย Regen เข้ามาจะช่วยให้ Rotation ลื่นขึ้น และลดช่วงเวลาที่ต้องรอทรัพยากรกลับมา
Regen Tier S
Somniwing

Somniwing เด่นเรื่องการสนับสนุน EP โดยตรง สามารถช่วยเติม EP พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูให้สมาชิกทีม จึงสามารถนำไปใช้งานกับทีมได้หลายรูปแบบโดยไม่จำเป็นต้องสร้าง Composition เฉพาะทางมากเกินไป เหมาะอย่างยิ่งกับทีมที่มี DPS หรือ Support ซึ่งต้องใช้สกิลบ่อย
Coraliz

สามารถเติม EP จำนวนมากผ่านสกิล พร้อมสร้าง EP เพิ่มเติมหลังจากใช้สกิลเสร็จ นอกจากนี้ยังมี Passive ที่สามารถทำงานร่วมกับองค์ประกอบของทีมได้ หากทีมมีปัญหา EP หมดบ่อย Coraliz สามารถช่วยลดช่องว่างระหว่าง Rotation ได้ดี
Break Tier List
ระบบ Break เป็นอีกส่วนสำคัญของการต่อสู้ เพราะเมื่อสามารถทำลายเกราะหรือสถานะป้องกันของศัตรูได้ จะช่วยเปิดโอกาสให้ DPS ของทีมสร้างความเสียหายได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
Break Tier S
Inferlupa

หนึ่งใน Aniimo สาย Break ที่น่าสนใจมาก เพราะมีค่าสถานะสำหรับ Break สูงและสามารถสร้าง Debuff เพื่อทำให้ศัตรูถูกทำลายเกราะได้ง่ายขึ้น ข้อดีคือผลของมันไม่ได้ช่วยเฉพาะตัว Inferlupa แต่ยังเปิดทางให้สมาชิกคนอื่นในทีมช่วยทำ Break ได้เร็วขึ้นด้วย
Geoclaw

สามารถสะสม Ice Stack จากการโจมตีและสกิล เมื่อสะสมถึงเงื่อนไขที่กำหนดจะเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Break อย่างมาก จึงเป็นตัวที่สามารถสร้างจังหวะ Break ของตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเพื่อนร่วมทีมมากนัก
Wavwal

มีเกมเพลย์แบบแลก HP เพื่อเร่งประสิทธิภาพการ Break เมื่อ HP ลดลงถึงระดับหนึ่ง ความสามารถด้าน Break จะเพิ่มขึ้น ก่อนใช้สกิลและการโจมตีเพื่อฟื้นตัวกลับมา เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบตัวละครแนว Risk & Reward และสามารถควบคุม HP ได้ดี
Tubster

สามารถสร้างโล่ให้ตัวเองพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการ Break มีความสามารถควบคุมศัตรู และยังช่วยลดแรงกดดันที่ทีมได้รับ จึงเป็น Breaker ที่มี Utility ค่อนข้างครบและไม่ได้เน้นเฉพาะการทำลายเกราะอย่างเดียว
Break ตัวไหนดี?
ถ้าต้องการ Breaker ที่นำไปใส่ได้หลายทีม Inferlupa เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตามอง ส่วน Tubster เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการความสามารถช่วยทีมเพิ่มเติมนอกเหนือจากการ Break
Support Tier List
Support อาจไม่ได้สร้างตัวเลขดาเมจสูงที่สุดด้วยตัวเอง แต่สามารถทำให้ DPS หลักของทีมแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเลือก Support จึงควรดูว่าตัวหลักของเราใช้ธาตุอะไรและต้องการ Buff แบบไหน
Support Tier S
Luminelle

เหมาะอย่างมากกับทีมที่เน้นธาตุสายฟ้า เพราะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านความเสียหาย พร้อมสนับสนุนการโจมตีและ Break นอกจากนี้ยังมีความสามารถด้านการฟื้นฟู ทำให้รับหน้าที่หลายอย่างภายในช่องเดียว ถ้ามี DPS ธาตุสายฟ้าเป็นตัวหลัก Luminelle เป็น Support ที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ
Melloblum

เหมาะกับทีมธาตุหญ้าและ Build ที่ให้ความสำคัญกับ Critical สามารถเสริม Critical Damage พร้อมสร้างการโจมตีเพิ่มเติมเมื่อเข้าเงื่อนไข รวมถึงมีความสามารถช่วยฟื้นฟู HP เป็น Support ที่จะยิ่งแสดงประสิทธิภาพเมื่อทีมถูกสร้างมาให้ทำงานร่วมกับกลไกของมันโดยตรง
Eklue

เหมาะสำหรับทีมธาตุลม สามารถสนับสนุน Wind Damage รวมถึงช่วยเรื่อง Critical และลดความต้านทานธาตุลมของศัตรู จุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องใช้ขั้นตอนเตรียมทีมซับซ้อนมาก หากใช้ DPS ธาตุลมเป็นหลัก Eklue สามารถเข้าไปเสริมดาเมจของทีมได้ทันที
Dreaple

เป็น Support สำหรับทีมธาตุมืดที่เน้นการสร้างสถานะกับศัตรู สามารถลด Dark Resistance เพิ่ม Dark Damage ให้กับทีม พร้อมมีความสามารถช่วยฟื้นฟูและควบคุมศัตรูบางส่วน เหมาะกับ Composition ที่สร้างขึ้นรอบ DPS ธาตุมืดโดยเฉพาะ
วิธีเลือก Aniimo ให้เหมาะกับทีม
แทนที่จะเลือกเฉพาะตัวที่อยู่ Tier สูง ควรดูองค์ประกอบของทีมควบคู่กันไป เพราะการนำ Aniimo เก่งหลายตัวมาใส่รวมกันไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทีมที่ดีที่สุดเสมอไป ทีมพื้นฐานสามารถเริ่มจากการแบ่งหน้าที่เป็น
- DPS ทำหน้าที่สร้างความเสียหายหลัก
- Break จัดการเกราะหรือเปิดช่องให้ทีมทำดาเมจ
- Heal เพิ่มความอยู่รอด
- Support หรือ Regen ช่วย Buff ทีม หรือจัดการ EP
ยกตัวอย่าง หากมี Fulmintis เป็น DPS หลัก การเลือก Support ที่ช่วยสนับสนุนดาเมจสายฟ้าจะมีประโยชน์มากกว่าการนำ Support ที่เน้นเพิ่มดาเมจให้ธาตุอื่นมาใส่เพียงเพราะอยู่ใน Tier สูง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Aniimo Tier List
Q1: Aniimo ตัวไหนเก่งที่สุดสำหรับทำดาเมจ?
Q2: มือใหม่ควรปั้น Aniimo ตัวไหนก่อน?
Q3: จำเป็นต้องใช้ Aniimo Tier S ทุกตัวหรือไม่?
Q4: ถ้ามีทรัพยากรจำกัด ควรเลือกปั้น DPS, Heal หรือ Support ก่อน?
สรุป Aniimo Tier List ตัวไหนควรปั้น?
สำหรับผู้เล่นที่กำลังตัดสินใจว่าจะปั้น Aniimo ตัวไหนดี ควรเริ่มจากดูปัญหาของทีมก่อน หากขาดดาเมจให้มองหา DPS หากตายบ่อยให้เพิ่ม Heal หากใช้สกิลไม่ต่อเนื่องอาจต้องการ Regen และหากศัตรูใช้เวลานานกว่าจะเสียเกราะ การเพิ่ม Breaker ก็สามารถช่วยได้มาก
ตัวอย่าง Aniimo ที่น่าสนใจ ได้แก่ Fulmintis สำหรับ DPS, Gracewing สำหรับ Heal, Somniwing สำหรับ Regen, Inferlupa สำหรับ Break และ Luminelle สำหรับ Support อย่างไรก็ตาม Tier List ควรใช้เป็นแนวทางมากกว่ากฎตายตัว เพราะทีมที่เข้ากันได้ดีมักสำคัญกว่าการเลือกตัวระดับสูงเพียงอย่างเดียว






